02-892-2292

ขอใบเสนอราคา
ขั้นตอนปฏิบัติการใช้งานสายรัดที่ดีที่สุด รักษาความปลอดภัยในการโหลดของคุณแบบมืออาชีพ

ขั้นตอนปฏิบัติการใช้งานสายรัดที่ดีที่สุด รักษาความปลอดภัยในการโหลดของคุณแบบมืออาชีพ

สายรัดกล่องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบรรจุภัณฑ์และการขนส่งซึ่งถูกใช้งานในหลายวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็น
-          รักษาความปลอดภัยในการโหลดสินค้าที่มีค่าใช้จ่ายเพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ระหว่างการเปลี่ยนถ่ายโดยเฉพาะสินค้าที่ถูกขนส่งผ่านหลังรถบรรทุกหรือรถราง
-          ใช้สำหรับมัดรวมสร้างประกันให้สินค้าที่มีความหลวมในตัว
-          รักษาความปลอดภัยสินค้าที่อยู่ในกล่องหรืออยู่บนพาเลท
-          สายรัดพาเลท กล่อง หรือ ลังเพื่อเสริมความมั่นคงให้แข็งแรงมากขึ้น
-          ใช้สำหรับปิดบรรจุภัณฑ์กล่อง หรือ ลัง

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและ การรับประกันสินค้าที่โหลดและความปลอดภัยของผู้ดูแล การใช้วัสดุ อุปกรณ์และการปฏิบัติที่ถูกต้องถือเป็นสิ่งสำคัญ

1.       ยืนยันว่าสายรัดที่ใช้มีการแบ่งแรงอย่างเหมาะสม
แรงแบกหรือการแตกตัวของสายรัด มาจากปริมาณของแรงที่สามารถทำให้สายรัดแตกได้การวัดแรงแตกหักของสายรัดควรอย่างยิ่งที่จะวัดค่าให้สูงกว่าปริมาณที่คาดไว้เพื่อเพิ่มระยะความปลอดภัย อย่างไรก็ตามการใช้สายรัดเส้นหนากว่าแรงที่ต้องการใช้จริงของสินค้าอาจเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้  การแบ่งแรงที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับน้ำหนักรวมและขนาดของสินค้า จำนวนสายรัดที่ควรจะใช้รักษาความปลอดภัยและแรงกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้นั้นมากจาก การขนส่ง พื้นผิวถนน หรือความมั่นคงของบรรจุภัณฑ์ที่ถูกโหลด ถ้าหากไม่แน่ใจเรื่องกำลังของสายรัดควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

2.       เลือกประเภทสายรัดให้ถูกต้อง
สายรัดมีวัสดุต่างกันให้เลือกไม่ว่าจะเป็น สายรัดเหล็ก สายรัดพีอีที (PET) หรือ สายรัดพีพี (PP) สายรัดแต่ละประเภทก็มีข้อดี ข้อเสีย และข้อแนะนำในการใช้งานต่างกันการเลือกวัสดุสายรัดที่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักแต่ยังรวมไปถึงปัจจัยอื่นเช่น สินค้าที่โหลดจะถูกตั้งระยะเวลานานเท่าไหร่หรือมีการเปลี่ยนถ่ายการขนส่งกี่ครั้งเพราะระยะเวลาที่สายรัดยังคงความตึงและสามารถแบกรับต่อปัจจัยที่มากระทบอย่างเช่นความชื้นแสงอาทิตย์ และการกัดกร่อน ก็มีผลทั้งนั้น

3.       รัดตึงสายรัดอย่างถูกต้อง
สายรัดถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับแรงตึงนั่นคือวิธีที่สายรัดทำการจัดเก็บสินค้าให้คงที่สายรัดต่างประเภทกันย่อมมีความยืดตัว แรงคืนตัว การฟื้นฟู และการรักษาแรงตึงต่างกัน ซึ่งจะมาเป็นผลกระทบเมื่อใช้งานสายรัดสายรัดทุกประเภทล้วนแต่จะมีแรงปล่อยตัวเล็กน้อยหลังมีถูกใช้แรงตึงฉะนั้นควรปล่อยให้เกิดการคลายตัวหลังมีแรงตึง ในขณะเดียวกันไม่ควรรัดสายรัดให้ตึงจนเกิดไปเพราะอาจะเกิดความเสี่ยงทำให้เสียหายต่อตัวสินค้าหรือกล่องได้การใช้อุปกรณ์สำหรับแรงตึงจสามารถช่วยให้รักษาบรรจุภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง

4.       ใช้ตัวยึดสายรัดให้ถูกต้องเหมาะสมกับงานที่ใช้
ตัวยึดที่ใช้งานกับสายรัดมีหลายชนิดให้เลือกการเลือกใช้ที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากตัวยึดอาจเป็นจุดอ่อนของสายรัดได้

-          ตัวหยึดเหล็ก สำหรับสายรัดเหล็กมีทั้งแบบเปิด ปิด แบบกดหรือแบบเปิดหน้า ล้วนถูกใช้ทั้งกันการใช้มือและเครื่องมือยึดอัตโนมัติที่จะทำการจับจีบไปกับสายรัดอเนกประสงค์ และยึดให้อยู่คงที่ตัวยึดประเภทนี้ส่วนมากแล้วจะมีประสิทธิภาพร่วมกันที่ 75% หรือมากกว่า ซึ่งหมายความว่าตำแหน่งตัวยึดจะแตกออกที่ 75% ของน้ำหนักทั้งหมดที่สายรัดแบกรับ

-          ตัวยึดเหล็กสำหรับสายรัดพลาสติก Pet  หรือ PP ทำหน้าที่คล้ายกันแต่มีการปรับใช้ให้เข้ากับวัสดุ ให้เหมาะสม

-          หัวเข็มขัดสามารถเป็นได้ทั้งแบบเหล็กหรือพลาสติก ส่วนมากใช้กับสายรัด PP สำหรับใช้งานที่มีน้ำหนักเบาถึงปานกลางหัวเข็มขัดมีข้อดีคือสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยการปลดแรงตึง ที่ถูกรัดสินค้าไว้แล้วรัดกลับเข้าไปใหม่ด้วยหัวเข็มขัดเดิมได้

-          การยึดแบบใช้ความร้อน จะถูกใช้งานทั้งกับสายรัดพลาสติก PP หรือ PET อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นตัวจี้ความร้อนจะถูกใช้ระหว่างหน้าสายรัดให้เกิดการละลายสิ่งนี้จะทำให้เกิดจุดเชื่อมกัน ที่แข็งแรงยึดสายรัดสองเส้นเข้ากันขณะที่พลาสติกถูกทำให้แข็งตัวอีกครั้ง การยึดแบบร้อนมีความรวดเร็ว และความแข็งแรงมากกว่าหัวเข็มขัดหรือตัวยึดเหล็ก

-          การเชื่อมด้วยแรงเสียดทาน มีความคล้ายคลึงกับการเชื่อมด้วยความร้อนแต่เป็นการใช้เครื่องจักรในการสร้างแรงเสียทานเกิดการถูสายรัดเข้าด้วยกันด้วยความเร็วสูง เพื่อให้เกิดความร้อนจนหลอมละลายการเชื่อมด้วยแรงเสียดทานสามารถทำให้การยึดมีความแข็งแรงมาก กับสายรัด PET และ PP ผลลัพธ์การคงการแตกหักของสายรัดเทียบเท่ากับน้ำหนักที่สายรัดสามารถรับได้เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่มีงานผลิตสินค้าจำนวนมากที่ใช้ สายรัด PET/PP

5.       ปกป้องสินค้าหรือกล่องกระดาษ
สายรัดของพลาสติกอาจะเกิดการกระแทกหรือทำความเสียหายต่อสินค้าได้ถ้าไม่ใช้งานอย่างถูกต้อง เพื่อป้องการความเสียหายต่อบรรจุภัณฑ์ กล่อง กระดาษจำเป็นต้องใช้ตัวป้องกันขอบกระดาษลังและพลาสติกโดยปกติแล้วจะส่งแรงกระแทกไปที่มุมของบรรจุภัณฑ์เมื่อใช้สายรัดสินค้ากับสินค้าที่สามารถถูกบีบ ทำลายได้ หรือมีความบอบบางควรจะใช้จำนวนสายรัดมากขึ้น ด้วยแรงตึงที่น้อยลงมากกว่าที่จะใช้จำนวนสายรัดน้อยๆด้วยแรงที่มากกว่า




REF: https://blog.pantero.com/strapping-best-practices-secure-your-load-like-a-pro

บทความอื่นๆ